คำว่า “Web Accessibility” คือ ศาสตร์ของการออกแบบที่ผู้สร้างเว็บไซต์จะต้องเรียนรู้พร้อมนำมาปรับใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงข้อมูล เข้าใจเนื้อหา รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นสามารถโต้ตอบ พูดคุยบนเว็บไซต์ได้เหมือนกับคนปกติ หรืออย่างน้อยจะต้องได้องค์ความรู้ที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด
โดยมีองค์กรหลักอย่าง The World Wide Web Consortium (W3C) ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับมาตรฐานของเว็บไซต์เพื่อให้นักพัฒนานำไปปฏิบัติ เช่น เรื่องของ HTML5, มาตรฐานของ Browser หรืออย่างเรื่องเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ (Web Accessibility)
W3C ได้กำหนดมาตรฐาน Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนสามาถเข้าถึงได้ ปัจจุบันเรากำลังใช้เวอร์ชั่น WCAG 2.0 โดยที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้นำแนวทางของ WCAG 2.0 มาปรับใช้เป็นเวอร์ชั่นของไทยภายใต้ชื่อ TWCAG 2010 ทั้งนี้มาตรฐานของการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้จะต้องสามารถรองรับกลุ่มผู้ใช้ที่นอกเหนือไปจากคนปกติ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้พิการทางสายตา กลุ่มผู้พิการทางการได้ยิน กลุ่มผู้พิการทางด้านอื่นๆ และกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สูงสุด แต่อาจจะไม่ครอบคลุมไปถึงทุกๆ คน เช่น ผู้พิการทางด้านสติปัญญา เป็นต้น มาตราฐานของ WCAG 2.0 ประกอบไปด้วย 4 หลักการสำคัญดังนี้
1. สามารถรับรู้ได้ (Perceivable)
2. สามารถใช้งานได้ (Operable)
3. สามารถเข้าใจได้ง่าย (Understandable)
4. รองรับได้หลากหลาย (Robust)
Refer: https://www.youtube.com/watch…
Refer: http://www.bluerollingdot.org/articles/scoop/161